มี... รอเหลียว (ที่ จีฉ่อย)
posted on 06 Jul 2009 23:29 by 2pdzzz
จีฉ่อย
(อักษรจีน: 志才; พินอิน: zhìcái; เยล: ji3choi4; จีนกลาง: จื้อฉาย) คือ
ชื่อร้านขายของชำขนาดหนึ่งคูหา ตั้งอยู่หน้าตลาดสามย่าน ตรงบริเวณถนนพญาไท
ใกล้กับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงข้ามจามจุรีสแควร์
และได้ชื่อว่าเป็นสีสันแห่งหนึ่งของบริเวณสามย่าน
ร้านจีฉ่อยเป็นร้ายขายของที่ขึ้นชื่อว่า มีของขายทุกอย่าง
และถ้าของไหนไม่มีขายในร้าน จะสามารถมาเอาได้ภายใน 2 วันให้หลัง
โดยเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ในเวลาเช้าถึงหัวค่ำ จะเปิดทำการที่หน้าร้าน
ส่วนในเวลาหลังจากนั้น แม้ว่าดูเหมือนร้านจะปิด
แต่คุณสามารถใช้บริการของร้านนี้ได้โดยการไปเคาะประตูหลังร้าน
เพียงไม่นานนัก อาซิ้มเจ้าของร้านจะเดินฝ่าความมืดมาใกล้ๆ พร้อมกับถามว่า "ลื้อจาเอาอาราย") ลักษณะร้านเป็นร้านกว้างประมาณ 3 เมตร และลึกประมาณ 10 เมตร ร้านจีฉ่อย เป็นธุรกิจครอบครัวชาวจีนที่เปิดร้านขายของชำ
ปัจจุบัน ร้านจีฉ่อยจะปิดวันอาทิตย์วันเดียว ส่วนวันธรรมดาจะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม
ประวัติ
ร้าน
จีฉ่อยเปิดมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี โดยในสมัยแรกเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น
รวมถึงอาคารเรียนของโรงเรียนศึกษาวัฒนาก็เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น
สมัยนั้นถนนพญาไทยัง เป็นถนนแคบ ๆ
เดิมบริเวณร้านจีฉ่อยอยู่ด้านหลังของร้านในปัจจุบัน
ต่อมาเมื่อมีการขยายถนน และทางจุฬาฯ สร้างตึกแถวติดถนนพญาไท
จึงได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน
ในสมัยก่อนของในร้ายจีฉ่อยก็นับได้
ว่ามากแล้ว แต่ยังพอเดินสวนกันได้ ต่างจากปัจจุบันที่แคบมากเพียง 60
เซนติเมตร ทางเดินในร้านสามารถเดินได้เพียงคนเดียว
ลูกค้าต้องยืนคอยหน้าร้านเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่ง คือ หมาในร้านนี้ยังต้องวิ่งไปให้สุดร้านถึงจะกลับตัววิ่งออกมาได้
มี
ผู้เล่าว่าในช่วงที่มาเปิดใหม่ๆ ของที่ขายถูกจะราคาถูก คนขายก็ใจดีมาก
เช่น เวลาซื้อยาลบหมึก 1 ขวด สมัยนั้นราคา 50 สตางค์
ก็แถมกระดาษซับแบบไม่อั้น
พนักงานขาย
พนักงาน
ขายของร้านนี้เป็นอาซิ้มสองคนผลัดกันเฝ้าเวร ตลอด 24 ชั่วโมง
อาซิ้มทั้งสองคนรูปร่างหน้าตาเหมือนกันมากเนื่องจากเป็นฝาแฝดกัน
ทำให้ลูกค้าที่มาซื้อของบ่อย ๆ ต่างอดสงสัยไม่ได้ว่า
คนขายของร้านนี้ไม่หลับไม่นอนกันเลยหรือ
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกันคือ "ฟันทอง" ปัจจุบันอาซิ้มคนหนึ่งได้เสียชีวิตไปเสียแล้ว แต่ก็มีลูกชายและลูกจ้างสาวมาช่วยขาย
เทคนิคการขาย
เทคนิค
การขายของร้านนี้ คือ ถามหาอะไรมีหมด หากว่าสินค้าชิ้นนั้นไม่มีในร้าน
ก็จะบอกให้รอเดี๋ยวแล้วก็หามาให้จนได้ เช่นหากต้องการทานข้าวขาหมู
ถามว่ามีไหม พนักงานขายจะบอกว่า "มี รอเหลียว" (มาจาก รอเดี๋ยว)
แล้วออกไปหลังร้าน ซื้อข้าวขาหมูจุฬาฯจากตลาดสามย่านมา ให้
ถ้าถามถึงเลื่อย แกก็จะวิ่งไปร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ข้างๆแกล่ะ
แล้วก็มาตั้งราคาเอง
นับได้ว่าพนักงานขายร้านนี้มีสปิริตของนักขายอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ถ้าของชิ้นนั้นต้องใช้เวลาในการหาสักครู่ใหญ่ แกก็จะมีลูกอม
หรือขนมขบเคี้ยวมาให้บริการลูกค้าด้วย จะได้ไม่เบื่อ และถ้าซื้อเยอะล่ะก็
แกก็จะมีของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ปากกา (ถ้าเป็นนิสิต)
มอบให้ลูกค้าอีกด้วย
ราคาของ หลายๆครั้งที่พนักงานขายจะถามว่า
"เคยซื้อเท่าไร"
เมื่อบอกราคาที่เคยซื้อไปแล้วเขาจะบอกราคาสินค้าให้เราซึ่งอาจจะสูงกว่าหรือ
ต่ำกว่าบ้าง เช่น เทปMiniDVที่ขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปราคาม้วนละ 500
บาท แต่ถ้าลูกค้าโดนถามว่าซื้อมาเท่าไหร่ ก็จะตอบว่า 200
แล้วอาซิ้มก็จะให้ราคาตามนั้น แล้วแต่อารมณ์และความรู้ในสินค้าของแก
ของที่ขาย
ตัวอย่าง
สินค้าที่มาขาย หรือเคยวางขายในร้านได้แก่ ของเล่น น้ำอัดลม ปากกา สบู่
ลูกบอลพลาสติก ปูนพลาสเตอร์ รองเท้า กากเพชร กับดักหนู
ใบลงทะเบียนเรียนของจุฬาฯ ตั๋วเครื่องบิน ฮูล่าฮุป เปียโน สีน้ำมัน กระดาษ
และรถยนต์
นอกจากนี้ร้านจีฉ่อยยังมีสินค้าบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อขายอีกเช่น
แหวนรุ่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ที่ไว้สำหรับแจกนิสิตปีที่หนึ่ง)
อีกทั้งสินค้าที่หายากอย่างบัตรคอนเสิร์ตเรน โทรศัพท์มือถือ และไอพอด
ลองดูตัวอย่างด้านล้าง
1. มีผู้ที่เคยใช้บริการบอกว่า เคยไปซื้อฮาร์ดดิสก์จากอาซิ้ม เพราะคิดว่าไม่มีแน่นอน แต่อาซิ้มก็ตอบว่ามีแล้วมุดไปหาจนเจอจนได้
2.
มีผู้ใช้บริการอ้างว่า เคยตัดชุดครุยรับปริญญากับจีฉ่อย
นัดแค่สองวันมีช่างมาวัดตัวเสร็จสรรพ
ได้ชุดครุยยี่ห้อจีฉ่อยไปใส่ถ่ายรูปสวยงาม
3. นิสิตคณะหนึ่งยืนยันได้ว่าเคยจ้างวาน ให้ร้านจีฉ่อยไปซื้อเซียมซีเพื่อใช้ในการทำงานมาแล้ว
4.
นิสิตคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ คนหนึ่งเล่าว่า
เคยไปซื้อของกลางดึกเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ประมาณตี 1
เจ้าของร้านบอกให้ไปหลังร้าน ซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียน
เสร็จแล้วก็นึกสนุกระหว่างที่รอซิ้มค้นหาของ ตะโกนถามซิ้มว่า มีลิโพ
ขายไหม ซิ้มก็ตอบทันทีว่า "จะเอากี่ขวด".. "ยาแก้ปวดล่ะ" แน่นอน ซิ้มตอบ
"จะเอากี่เม็ด" นิสิตคนนั้นไม่ยอมแพ้ถามต่อ ว่า "แล้วเก้าอี้หมอฟันล่ะ
มีขายมั้ย" ซิ้มนิ่งไปนิดนึงก่อนจะตอบว่า "รอเดี๋ยว" ...(ไม่มีการยอมแพ้)
5.
ในช่วงที่ Apple Imac G-3 กำลังดัง มีคนมาลองดีกับร้านนี้โดยถามหากับซิ้ม
ซึ่งแน่นอน ซิ้ม ถามกลับทันทีว่า ลื้อจะเอาจริงรึป่าว หรือแม้กระทั่ง
มีคนเคยมาขอซื้อ แกรนด์เปียโน คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม ลื้อจะเอาจริงรึป่าว
6.
มีนิสิตจากครุศาสตร์เคยมาขอซื้อเทปบันทึกเสียงขนาดความจุ 90 นาที
จีฉ่อยบอกว่าไม่มี เอาความจุ 60 นาที กับ ความจุ 30 นาที ไปรวมกันได้ป่าว
7. เคยมีคนถามหากระบวยพลาสติกตักน้ำในห้องน้ำ เจ๊แกก็บอกว่า "มี รอเหลียว" แล้วไปหยิบมาจากไหนมาไม่ทราบ ยังมีน้ำหยดติ๋ง ๆ อยู่
8. มีคนเคยลองของกับเจ๊แกอีกแล้ว. . ."เจ๊ ข้าวมันไก่จาน" เจ๊แกก็ "รอเหลียวๆ" หายไปพักใหญ่ๆ เจ๊แกเดินออกมาพร้อมกับข้าวมันไก่จริงๆ
9.
มีคนเคยขอซื้อเก้าอี้หวายยังมีเลย และเมื่อไม่นานมานี้
นักศึกษาก็เคยไปซื้อกระด้งมาแล้ว โอ้โห หามาได้ แต่แพงหน่อยนะ
อันละตั้งเกือบ 300 บาท
10.
อีกตัวอย่างหนึ่งที่นิสิตจุฬาฯชอบไปลองของกับอาซิ้มเจ้าของร้าน
โดยสั่งซื้อ "กิโมโน 1 ชุด" อาซิ้มหันมาและถามว่า "ลื้อ
จะเอาจริงรึเปล่า?" (นั่น มีท้าทายกันด้วย) นานไปๆ
จากร้านขายของสารพัดอย่าง ก็เป็นได้ทั้งเวทีท้ามวย ขายหัวเราะ ร้านอาหาร
ร้านตัดผม และร้านอื่นๆอีกมากมาย ยิ่งการประชันฝีมือ
จีฉ่อยไม่เคยแพ้ใครเลย แม้จะมีคนท้าว่าอยากใส่รองเท้าบู๊ทสีชมพูสด
ขนาดฝ่าเท้า แกก็อุตส่าห์หามาให้จนได้
11.
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่า เคยมีคนคิดที่จะลองของ
โดยจะไปขอซื้อเฮลิคอปเตอร์จากเจ๊แกเหมือนกัน แต่สุดท้ายไม่กล้าไปลอง
เพราะกลัวว่าด้วยสปิริตนักขายอันแรงกล้าของเจ๊แก
จะพาลทำให้เจ๊แกถ่อสังขารไปสรรหาเฮลิคอปเตอร์มาให้ลูกค้า
จนอาจทำให้เจ๊แกล้มหมอนนอนเสื่อลงไปได้ เป็นบาปเป็นกรรมเปล่าๆ
และอีกเหตุผลนึง คือ กลัวจะไม่มีตังจ่ายเจ๊แก
เพราะเจ๊แกอาจจะไปหาเฮลิคอปเตอร์มาได้จริงๆก็เป็นได้
เพราะขนาดลอตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่งเจ๊แกยังมีปัญญาหามาจนมีเงินมาเปิดร้าน
ได้เนี่ย เจ๊แกอาจจะมีปัญญาหาเฮลิคอปเตอร์มาให้ก็ได้นี่นาใครจะไปรู้ล่ะ...
เครดิต:wiki